แบบทดสอบวิชาศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
สาระที่ 3 นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
ตัวชี้วัด ศ 3.1 ป.6/1 สร้างสรรค์การเคลื่อนไหวและการแสดงโดยเน้นการถ่ายทอดลีลาหรืออารมณ์

ข้อที่ 1)
ท่าจีบหงายและท่าจีบคว่ำต่างกันอย่างไร
   ก. การจีบนิ้ว
   ข. การหักข้อมือ
   ค. การเหยียดปลายนิ้วอื่น ๆ
   ง. การเก็บนิ้ว

ข้อที่ 2)
การตั้งวงบนตัวพระและตัวนางต่างกันอย่างไร
   ก. ตัวพระต้องตั้งวงระดับศีรษะ
   ข. ตัวพระต้องตั้งวงระดับหน้าอก
   ค. ตัวนางต้องตั้งวงระดับศีรษะ
   ง. ตัวนางต้องตั้งวงระดับหน้าอก

ข้อที่ 3)
ข้อใดเป็นลักษณะการจีบที่ถูกต้อง
   ก. นิ้วหัวแม่มือจรดข้อแรกของนิ้วกลาง
   ข. นิ้วหัวแม่มือจรดข้อสุดท้ายของนิ้วกลาง
   ค. นิ้วหัวแม่มือจรดข้อแรกของนิ้วนาง
   ง. นิ้วหัวแม่มือจรดข้อสุดท้ายของนิ้วชี้

ข้อที่ 4)
การกระดกเท้าจะทำหลังจากแสดงท่าอะไร
   ก. ตั้งวง
   ข. ถัดเท้า
   ค. ประเท้า
   ง. กระทุ้งเท้า

ข้อที่ 5)
อวัยวะส่วนใดสำคัญที่สุดในการฝึกรำไทย
   ก. ศีรษะ ลำตัว
   ข. ศีรษะ แขน
   ค. มือ เท้า
   ง. แขน ลำตัว

ข้อที่ 6)
ข้อใดเป็นนาฎยศัพท์เกี่ยวกับการใช้มือ
   ก. จีบ
   ข. ประ
   ค. สะดุด
   ง. ถัด

ข้อที่ 7)
ข้อใดเป็นการแสดงท่าให้รู้ว่า ตัวเรา ฉัน
   ก. หงายฝ่ามือตั้งระดับอก
   ข. ฝ่ามือซ้ายแตะหน้าผาก
   ค. ประสานมือตามฐานไหล่
   ง. ฝ่ามือแตะอกหรือจีบมือซ้ายเข้า

ข้อที่ 8)
ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการแสดงประกอบเพลงพื้นเมืองได้ถูกต้อง
   ก. ท่ารำถูกกำหนดไว้เป็นมาตรฐาน
   ข. เนื้อเพลงเป็นคำง่าย ๆ และนำเอาภาษาท่ามาใช้
   ค. การแต่งกายเป็นแบบประณีตมีแบบแผน
   ง. เนื้อร้องมีความหมายไปในด้านชมโฉมเกี้ยวพาราสี

ข้อที่ 9)
นาฎยศัพท์ คืออะไร
   ก. คำต่าง ๆ ที่นักดนตรีแต่งขึ้น
   ข. คำที่ใช้ในการแสดงทุกประเภท
   ค. คำที่อธิบายลักษณะท่ารำต่าง ๆ
   ง. คำที่ใช้เรียกชื่อท่ารำในสมัยโบราณ

ข้อที่ 10)
ท่าหงายหน้าและเอามือป้องหน้าเป็นอาการข้อใด
   ก. มองหา
   ข. เขินอาย
   ค. แปลกใจ
   ง. เบื่อหน่าย